🍳 เลือกประเภทอาหาร — ดูปริมาณเครื่องปรุงต่อคนทันที
🧮 คำนวณเครื่องปรุงตามจำนวนคน
โซเดียมปลอดภัย: WHO แนะนำไม่เกิน 2,000 มก./วัน — น้ำปลา 1 ช.ต. ≈ 1,350 มก. | ซีอิ๊วขาว 1 ช.ต. ≈ 1,190 มก. | เกลือ 1 ช.ช. ≈ 2,000 มก.
น้ำมัน: ผัด 1–2 ช.ต./คน | ทอด 3–4 ช.ต./คน | อบ/นึ่งไม่ต้องใช้น้ำมัน หรือใช้น้อยมาก
📋 ตารางอ้างอิง — ปริมาณเครื่องปรุงต่อคน (มาตรฐาน)
| ประเภทอาหาร | น้ำมัน | น้ำปลา | ซีอิ๊วขาว | เกลือ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| ผัด (ผักผัด / หมูผัด / กะเพรา) | 1–2 ช.ต. | ½–1 ช.ต. | ½–1 ช.ต. | เล็กน้อย | ใช้น้ำปลาหรือซีอิ๊วอย่างใดอย่างหนึ่ง |
| ต้ม / แกงจืด / ต้มยำ | ½ ช.ต. | 1–1.5 ช.ต. | ½ ช.ต. | เล็กน้อย | น้ำมากปรุงรสมากขึ้น |
| แกงกะทิ (เขียวหวาน / มัสมั่น) | 1 ช.ต. | 1–1.5 ช.ต. | — | เล็กน้อย | กะทิช่วยสมดุลความเค็ม |
| ทอด (ชุบแป้ง / ทอดกรอบ) | 3–4 ช.ต.* | ½ ช.ต. | ½ ช.ต. | ¼ ช.ช. | *น้ำมันทอดใช้ร่วมกันทั้งกระทะ |
| ข้าวผัด / ผัดซีอิ๊ว | 1.5 ช.ต. | ½ ช.ต. | 1 ช.ต. | เล็กน้อย | ผัดซีอิ๊วใช้ซีอิ๊วดำเพิ่ม ½ ช.ต. |
| ยำ / ส้มตำ / น้ำพริก | — | 1–1.5 ช.ต. | — | เล็กน้อย | ไม่ใช้น้ำมัน ปรุงรสด้วยมะนาว |
| นึ่ง / ย่าง + ซอส | ½ ช.ต. | ½ ช.ต. | ½–1 ช.ต. | — | ซอสสำหรับราดหน้าหรือจิ้ม |
| เบเกอรี่ / ขนมอบ | 1–2 ช.ต.* | — | — | ¼–½ ช.ช. | *เนยหรือน้ำมันต่อหน่วยขนม |
⚡ ตารางโซเดียมในเครื่องปรุงไทย
| เครื่องปรุง | 1 ช.ช. (มก.) | 1 ช.ต. (มก.) | % ของ 2,000 มก./วัน | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| เกลือป่น | 2,000 | 6,000 | 100% (1 ช.ช.!) | เค็มที่สุด ใช้น้อยที่สุด |
| น้ำปลา | 450–600 | 1,350–1,420 | 22–30% ต่อ ช.ช. | กลิ่นหอม เหมาะอาหารไทย |
| ซีอิ๊วขาว | 460 | 960–1,420 | 23% ต่อ ช.ช. | สีอ่อน ไม่เปลี่ยนสีอาหาร |
| ซอสปรุงรส (แมกกี้) | 400 | 1,200 | 20% ต่อ ช.ช. | กลมกล่อม เข้มข้น |
| น้ำมันหอย | 450 | 1,350 | 22% ต่อ ช.ช. | หวานอมเค็ม เหมาะผัดผัก |
| ผงปรุงรส / ผงชูรส | 500 | 1,500 | 25% ต่อ ช.ช. | ใช้เสริมรส ไม่ใช่หลัก |
| ซีอิ๊วดำ | 150 | 450 | 7.5% ต่อ ช.ช. | โซเดียมต่ำกว่า แต่หวาน-เข้ม |
❓ คำถามที่พบบ่อย
น้ำปลา ซีอิ๊วขาว หรือเกลือ ใช้กับอาหารอะไร?
น้ำปลา เหมาะกับอาหารไทยแท้ เช่น ยำ แกง ต้มยำ กะเพรา ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว — ซีอิ๊วขาว เหมาะกับอาหารสไตล์จีน เช่น ข้าวผัด ผัดผัก แกงจืด เพราะสีอ่อนกว่าและไม่เปลี่ยนสีอาหาร — เกลือ เหมาะกับอาหารที่ไม่ต้องการกลิ่นเครื่องปรุงและไม่อยากให้สีเปลี่ยน เช่น ต้มจืด หรือการหมักเนื้อ
ควรใช้น้ำมันเท่าไรต่อคน?
สำหรับผัด ใช้น้ำมัน 1–2 ช้อนโต๊ะต่อคนต่อมื้อ (≈ 120–240 แคลอรี่จากน้ำมัน) WHO และ AHA แนะนำน้ำมันพืชดีต่อสุขภาพ ไม่เกิน 4–7 ช้อนโต๊ะ/วัน ขึ้นอยู่กับแคลอรี่ทั้งหมด สำหรับการทอดลึก น้ำมันส่วนใหญ่อยู่ในกระทะ อาหารดูดน้ำมันจริงน้อยกว่าที่เทลงไปมาก อาหารที่ทอดในอุณหภูมิที่ถูกต้อง (170–180°C) จะดูดน้ำมันน้อยกว่าการทอดอุณหภูมิต่ำ
ทำอาหารสำหรับหลายคน ต้องเพิ่มเครื่องปรุงเป็นสัดส่วนตรงๆ ไหม?
ไม่จำเป็นต้องเพิ่มเป็นสัดส่วนตรงเสมอไป โดยเฉพาะความเค็ม เพราะยิ่งอาหารมาก รสชาติก็ผสมรวมกันมากขึ้น ทำให้ต้องใช้เครื่องปรุงน้อยกว่าสัดส่วนตรง แนะนำให้ปรุงประมาณ 85–90% ของที่คำนวณได้ก่อน แล้วชิมและปรับรสตามจริง โดยเฉพาะสำหรับ 6+ คน
วิธีลดความเค็มของอาหารที่ปรุงเค็มเกิน?
มีหลายวิธี: (1) เพิ่มวัตถุดิบไม่มีรส เช่น มันฝรั่ง เต้าหู้ หรือผักเพื่อเจือจางรสเค็ม (2) เติมน้ำหรือน้ำซุปใสไม่มีเกลือ (3) ใส่ความเปรี้ยวเล็กน้อยอย่างมะนาวหรือน้ำส้มสายชู เพราะรสเปรี้ยวช่วยลดความรู้สึกเค็ม (4) เพิ่มน้ำตาลเล็กน้อยเพื่อสร้างสมดุล สิ่งที่ไม่ควรทำคือพยายาม “ล้าง” หม้อแกงด้วยน้ำ เพราะนอกจากจะเจือจางแล้วยังทำให้รสชาติอื่นจางตามไปด้วย
ควรปรุงรสก่อนหรือหลังทำอาหาร?
ขึ้นอยู่กับประเภทอาหาร — ผัด: ปรุงรสระหว่างผัดเพื่อให้ซอสเคลือบวัตถุดิบได้ดี — ต้ม/แกง: ปรุงหลังจากส่วนผสมสุกแล้ว เพราะน้ำระเหยทำให้รสเข้มขึ้น — หมักก่อนทำ: ช่วยให้รสชาติซึมเข้าเนื้อ โดยเฉพาะเนื้อไก่และหมู แต่ควรลดการปรุงซ้ำตอนทำจริง เพื่อไม่ให้เค็มเกิน
น้ำมันพืชกับเนย ใช้ต่างกันอย่างไรในการทำอาหาร?
น้ำมันพืช (จุดควัน 180–230°C) เหมาะกับการผัดไฟแรง ทอด และอาหารที่ไม่ต้องการกลิ่นเนย — เนย (จุดควัน ≈ 150°C) เหมาะกับการผัดอุณหภูมิปานกลาง ทำซอส และเบเกอรี่ ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว สำหรับอาหารที่ต้องการทั้งความหอมของเนยและทนความร้อนสูง แนะนำผสมน้ำมันพืชกับเนยอัตราส่วน 1:1
⚠️ ปริมาณที่แสดงเป็นค่าอ้างอิงสำหรับการทำอาหารทั่วไป รสชาติที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ วิธีการปรุง และความชอบส่วนตัว ควรชิมและปรับรสทุกครั้งก่อนเสิร์ฟ ข้อมูลโซเดียมอ้างอิงจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และโรงพยาบาลราชวิถี