เครื่องคำนวณต้นทุนอาหารต่อมื้อ ออนไลน์ ฟรี

คำนวณต้นทุนวัตถุดิบต่อจาน ต้นทุนรวมต่อมื้อ และกำไรขั้นต้น (Gross Profit) เหมาะสำหรับร้านอาหาร แม่ค้า หรือคนทำอาหารขายที่ต้องการตั้งราคาให้แม่นยำ

🧮 คำนวณต้นทุนอาหารต่อมื้อ

รายการวัตถุดิบ — ใส่ราคาและปริมาณที่ซื้อมา แล้วระบุปริมาณที่ใช้จริง

← เลื่อนซ้าย-ขวาได้
วัตถุดิบ ราคาที่ซื้อ (฿) ปริมาณที่ซื้อ ปริมาณที่ใช้ หน่วย ต้นทุน (฿)
รวมต้นทุนวัตถุดิบ 0.00

สูตรคำนวณต้นทุนอาหาร

ต้นทุนต่อจานคำนวณจากสัดส่วนของวัตถุดิบที่ใช้จริง บวกค่าแรงและค่าดำเนินการ แล้วนำไปเทียบกับราคาขายเพื่อหา Food Cost % ซึ่งเป็น KPI หลักของธุรกิจอาหาร

ต้นทุนวัตถุดิบ 1 ชิ้น = ราคาที่ซื้อ × (ปริมาณที่ใช้ ÷ ปริมาณที่ซื้อ)
ต้นทุนรวมต่อจาน = ผลรวมวัตถุดิบทั้งหมด + ค่าแรง/ค่าดำเนินการ
Food Cost % = (ต้นทุนรวม ÷ ราคาขาย) × 100
กำไรขั้นต้น = ราคาขาย − ต้นทุนรวม
ตัวชี้วัด สูตร ตัวอย่าง (ข้าวผัดกุ้ง ราคาขาย 80 ฿)
ต้นทุนวัตถุดิบต่อจาน ผลรวม (ราคาซื้อ × ใช้/ซื้อ) กุ้ง 5 ฿ + ข้าว 2 ฿ + ไข่ 2 ฿ + น้ำมัน 1 ฿ = 10 ฿
Food Cost % (ต้นทุน ÷ ราคาขาย) × 100 (28 ÷ 80) × 100 = 35%
ราคาขายแนะนำ ต้นทุน ÷ Food Cost % เป้าหมาย 28 ÷ 0.30 = 93.3 ฿
กำไรขั้นต้น ราคาขาย − ต้นทุนรวม 80 − 28 = 52 ฿

Food Cost % มาตรฐานอุตสาหกรรม

Food Cost % คือสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบต่อราคาขาย เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ร้านอาหารทุกขนาดต้องติดตาม

Food Cost % ระดับ ประเภทร้านที่เหมาะ
< 25% ดีมาก ร้านเครื่องดื่ม คาเฟ่ ขนม ต้นทุนวัตถุดิบต่ำ
25–30% ดี ร้านอาหารทั่วไป อาหารตามสั่ง เป้าหมายของส่วนใหญ่
30–35% พอรับได้ อาหารทะเล เนื้อสัตว์คุณภาพสูง ควรควบคุมต้นทุนอื่น
35–40% ควรระวัง ต้นทุนสูง ควรปรับสูตรหรือขึ้นราคา
> 40% อันตราย ขาดทุนหรือเกือบขาดทุน ต้องทบทวนด่วน

เคล็ดลับลดต้นทุนอาหารโดยไม่ลดคุณภาพ

1. ซื้อวัตถุดิบตามฤดูกาล
ผักผลไม้ตามฤดูกาลราคาถูกกว่า 30–50% และสดกว่า ควรปรับเมนูตามวัตถุดิบที่มี

2. ลด Food Waste ให้เหลือน้อยที่สุด
วัตถุดิบที่เหลือทิ้งคือต้นทุนที่ขายไม่ได้ ควรวางแผนเมนูที่ใช้วัตถุดิบร่วมกัน เช่น ก้านผักใช้ทำน้ำซุป เปลือกผักใช้ต้มน้ำหมัก

3. ชั่งน้ำหนักวัตถุดิบทุกครั้ง
การใส่วัตถุดิบแบบ “ดูไป” ทำให้ต้นทุนต่อจานไม่คงที่ และกำไรขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว

4. เปรียบเทียบราคาซัพพลายเออร์
วัตถุดิบชนิดเดียวกันอาจราคาต่างกัน 10–20% ขึ้นอยู่กับแหล่งซื้อ ควรเทียบอย่างน้อย 2–3 เจ้า

5. คำนวณ Yield % ของวัตถุดิบ
เนื้อสัตว์หลังหั่นแต่งเหลือประมาณ 70–85% ผักหลังตัดแต่งเหลือ 60–80% ควรนำ Yield % มาคิดในต้นทุนจริงด้วย

ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนจริง

ข้าวผัดกุ้ง 1 จาน — ราคาขาย 80 บาท

วัตถุดิบ ราคาที่ซื้อ ใช้/ซื้อ ต้นทุน
กุ้งขาว180 ฿/กก.100g / 1000g18.00 ฿
ข้าวสวย20 ฿/กก.200g / 1000g4.00 ฿
ไข่ไก่4 ฿/ฟอง1 / 14.00 ฿
น้ำมันพืช60 ฿/ลิตร20ml / 1000ml1.20 ฿
ซีอิ๊ว+เครื่องปรุง1.50 ฿
ต้นหอม+ผัก0.50 ฿
รวมต้นทุนวัตถุดิบ 29.20 ฿
Food Cost % 36.5%
กำไรขั้นต้นต่อจาน 50.80 ฿

คำถามที่พบบ่อย

Food Cost % ที่ดีควรอยู่ที่เท่าไหร่?

โดยทั่วไปอยู่ที่ 25–35% ร้านอาหารทั่วไปเน้น 28–32% ร้านอาหารทะเลหรือเนื้อสัตว์คุณภาพสูงอาจยอมรับได้ถึง 38% แต่ต้องควบคุมต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายอื่นให้ต่ำลง

ต้นทุนค่าแรงควรใส่ไหม?

ควรใส่ถ้าต้องการดูกำไรขั้นต้นที่แม่นยำขึ้น ร้านอาหารมักแยกคิด Food Cost และ Labor Cost ออกจากกัน โดย Labor Cost ปกติอยู่ที่ 25–35% ของรายได้ รวมสองตัวนี้กับค่าเช่าแล้วควรไม่เกิน 70–75% ของรายได้

Yield % คืออะไร ต้องคิดไหม?

Yield % คือสัดส่วนที่ใช้ได้จริงหลังแต่งตัดวัตถุดิบ เช่น กุ้ง 1 กก. หลังแกะเปลือกเหลือประมาณ 600–700 กรัม (Yield 60–70%) ควรนำมาคิดเพื่อให้ต้นทุนแม่นยำ โดยคำนวณจากน้ำหนักก่อนแต่ง

ควรตั้งราคาขายยังไงจาก Food Cost?

ใช้สูตร: ราคาขาย = ต้นทุนวัตถุดิบ ÷ Food Cost % เป้าหมาย เช่น ต้นทุน 28 ฿ เป้าหมาย 30% → ราคาขาย = 28 ÷ 0.30 = 93 ฿ แต่ควรดูราคาตลาดและคู่แข่งประกอบด้วย

ต้นทุนค่าแก๊ส ไฟ น้ำ ต้องคิดไหม?

ต้นทุนเหล่านี้คือ Overhead Cost ควรคิดรวมด้วยถ้าต้องการเห็นต้นทุนจริง โดยทั่วไปคิดเป็น 5–10% ของต้นทุนรวม หรือแบ่งจากค่าใช้จ่ายต่อเดือนหารด้วยจำนวนจานที่ขาย

ใช้คำนวณหลายเมนูพร้อมกันได้ไหม?

เครื่องมือนี้คำนวณได้ทีละเมนู แนะนำบันทึกผลลัพธ์แต่ละเมนูไว้ใน spreadsheet เพื่อเปรียบเทียบ Food Cost % และเลือกเมนูที่ทำกำไรดีที่สุด

⚠️ ผลลัพธ์เป็นการประมาณการจากข้อมูลที่กรอก ราคาวัตถุดิบจริงอาจแตกต่างตามฤดูกาลและแหล่งซื้อ ควรอัปเดตราคาวัตถุดิบอย่างสม่ำเสมอเพื่อความแม่นยำ