คำนวณเครื่องปรุงตามจำนวนคน — น้ำมัน น้ำปลา ซีอิ๊ว เกลือ

🍳 เลือกประเภทอาหาร — ดูปริมาณเครื่องปรุงต่อคนทันที

🥘 ผัด ผักผัด / หมูผัด
🍲 ต้ม / แกง แกงจืด / ต้มยำ
🍛 แกงกะทิ แกงเขียว / มัสมั่น
🍗 ทอด ทอดน้ำมัน / ชุบแป้ง
🍚 ข้าวผัด ข้าวผัด / ผัดซีอิ๊ว
🥗 ยำ / น้ำพริก ส้มตำ / ยำวุ้นเส้น
🐟 นึ่ง / ย่าง ปลานึ่ง / หมูย่าง
🧁 เบเกอรี่ ขนม / เค้ก

🧮 คำนวณเครื่องปรุงตามจำนวนคน

หลักการ: ปริมาณเครื่องปรุงคำนวณจาก “ต่อคน × จำนวนคน” — สำหรับคนมาก (6+ คน) อาจลดลงได้ 10–15% เพราะรสผสมรวมกัน
โซเดียมปลอดภัย: WHO แนะนำไม่เกิน 2,000 มก./วัน — น้ำปลา 1 ช.ต. ≈ 1,350 มก. | ซีอิ๊วขาว 1 ช.ต. ≈ 1,190 มก. | เกลือ 1 ช.ช. ≈ 2,000 มก.
น้ำมัน: ผัด 1–2 ช.ต./คน | ทอด 3–4 ช.ต./คน | อบ/นึ่งไม่ต้องใช้น้ำมัน หรือใช้น้อยมาก
1 20
4

📋 ตารางอ้างอิง — ปริมาณเครื่องปรุงต่อคน (มาตรฐาน)

ประเภทอาหาร น้ำมัน น้ำปลา ซีอิ๊วขาว เกลือ หมายเหตุ
ผัด (ผักผัด / หมูผัด / กะเพรา) 1–2 ช.ต. ½–1 ช.ต. ½–1 ช.ต. เล็กน้อย ใช้น้ำปลาหรือซีอิ๊วอย่างใดอย่างหนึ่ง
ต้ม / แกงจืด / ต้มยำ ½ ช.ต. 1–1.5 ช.ต. ½ ช.ต. เล็กน้อย น้ำมากปรุงรสมากขึ้น
แกงกะทิ (เขียวหวาน / มัสมั่น) 1 ช.ต. 1–1.5 ช.ต. เล็กน้อย กะทิช่วยสมดุลความเค็ม
ทอด (ชุบแป้ง / ทอดกรอบ) 3–4 ช.ต.* ½ ช.ต. ½ ช.ต. ¼ ช.ช. *น้ำมันทอดใช้ร่วมกันทั้งกระทะ
ข้าวผัด / ผัดซีอิ๊ว 1.5 ช.ต. ½ ช.ต. 1 ช.ต. เล็กน้อย ผัดซีอิ๊วใช้ซีอิ๊วดำเพิ่ม ½ ช.ต.
ยำ / ส้มตำ / น้ำพริก 1–1.5 ช.ต. เล็กน้อย ไม่ใช้น้ำมัน ปรุงรสด้วยมะนาว
นึ่ง / ย่าง + ซอส ½ ช.ต. ½ ช.ต. ½–1 ช.ต. ซอสสำหรับราดหน้าหรือจิ้ม
เบเกอรี่ / ขนมอบ 1–2 ช.ต.* ¼–½ ช.ช. *เนยหรือน้ำมันต่อหน่วยขนม

⚡ ตารางโซเดียมในเครื่องปรุงไทย

เครื่องปรุง 1 ช.ช. (มก.) 1 ช.ต. (มก.) % ของ 2,000 มก./วัน หมายเหตุ
เกลือป่น2,0006,000100% (1 ช.ช.!)เค็มที่สุด ใช้น้อยที่สุด
น้ำปลา450–6001,350–1,42022–30% ต่อ ช.ช.กลิ่นหอม เหมาะอาหารไทย
ซีอิ๊วขาว460960–1,42023% ต่อ ช.ช.สีอ่อน ไม่เปลี่ยนสีอาหาร
ซอสปรุงรส (แมกกี้)4001,20020% ต่อ ช.ช.กลมกล่อม เข้มข้น
น้ำมันหอย4501,35022% ต่อ ช.ช.หวานอมเค็ม เหมาะผัดผัก
ผงปรุงรส / ผงชูรส5001,50025% ต่อ ช.ช.ใช้เสริมรส ไม่ใช่หลัก
ซีอิ๊วดำ1504507.5% ต่อ ช.ช.โซเดียมต่ำกว่า แต่หวาน-เข้ม

❓ คำถามที่พบบ่อย

น้ำปลา ซีอิ๊วขาว หรือเกลือ ใช้กับอาหารอะไร?

น้ำปลา เหมาะกับอาหารไทยแท้ เช่น ยำ แกง ต้มยำ กะเพรา ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว — ซีอิ๊วขาว เหมาะกับอาหารสไตล์จีน เช่น ข้าวผัด ผัดผัก แกงจืด เพราะสีอ่อนกว่าและไม่เปลี่ยนสีอาหาร — เกลือ เหมาะกับอาหารที่ไม่ต้องการกลิ่นเครื่องปรุงและไม่อยากให้สีเปลี่ยน เช่น ต้มจืด หรือการหมักเนื้อ

ควรใช้น้ำมันเท่าไรต่อคน?

สำหรับผัด ใช้น้ำมัน 1–2 ช้อนโต๊ะต่อคนต่อมื้อ (≈ 120–240 แคลอรี่จากน้ำมัน) WHO และ AHA แนะนำน้ำมันพืชดีต่อสุขภาพ ไม่เกิน 4–7 ช้อนโต๊ะ/วัน ขึ้นอยู่กับแคลอรี่ทั้งหมด สำหรับการทอดลึก น้ำมันส่วนใหญ่อยู่ในกระทะ อาหารดูดน้ำมันจริงน้อยกว่าที่เทลงไปมาก อาหารที่ทอดในอุณหภูมิที่ถูกต้อง (170–180°C) จะดูดน้ำมันน้อยกว่าการทอดอุณหภูมิต่ำ

ทำอาหารสำหรับหลายคน ต้องเพิ่มเครื่องปรุงเป็นสัดส่วนตรงๆ ไหม?

ไม่จำเป็นต้องเพิ่มเป็นสัดส่วนตรงเสมอไป โดยเฉพาะความเค็ม เพราะยิ่งอาหารมาก รสชาติก็ผสมรวมกันมากขึ้น ทำให้ต้องใช้เครื่องปรุงน้อยกว่าสัดส่วนตรง แนะนำให้ปรุงประมาณ 85–90% ของที่คำนวณได้ก่อน แล้วชิมและปรับรสตามจริง โดยเฉพาะสำหรับ 6+ คน

วิธีลดความเค็มของอาหารที่ปรุงเค็มเกิน?

มีหลายวิธี: (1) เพิ่มวัตถุดิบไม่มีรส เช่น มันฝรั่ง เต้าหู้ หรือผักเพื่อเจือจางรสเค็ม (2) เติมน้ำหรือน้ำซุปใสไม่มีเกลือ (3) ใส่ความเปรี้ยวเล็กน้อยอย่างมะนาวหรือน้ำส้มสายชู เพราะรสเปรี้ยวช่วยลดความรู้สึกเค็ม (4) เพิ่มน้ำตาลเล็กน้อยเพื่อสร้างสมดุล สิ่งที่ไม่ควรทำคือพยายาม “ล้าง” หม้อแกงด้วยน้ำ เพราะนอกจากจะเจือจางแล้วยังทำให้รสชาติอื่นจางตามไปด้วย

ควรปรุงรสก่อนหรือหลังทำอาหาร?

ขึ้นอยู่กับประเภทอาหาร — ผัด: ปรุงรสระหว่างผัดเพื่อให้ซอสเคลือบวัตถุดิบได้ดี — ต้ม/แกง: ปรุงหลังจากส่วนผสมสุกแล้ว เพราะน้ำระเหยทำให้รสเข้มขึ้น — หมักก่อนทำ: ช่วยให้รสชาติซึมเข้าเนื้อ โดยเฉพาะเนื้อไก่และหมู แต่ควรลดการปรุงซ้ำตอนทำจริง เพื่อไม่ให้เค็มเกิน

น้ำมันพืชกับเนย ใช้ต่างกันอย่างไรในการทำอาหาร?

น้ำมันพืช (จุดควัน 180–230°C) เหมาะกับการผัดไฟแรง ทอด และอาหารที่ไม่ต้องการกลิ่นเนย — เนย (จุดควัน ≈ 150°C) เหมาะกับการผัดอุณหภูมิปานกลาง ทำซอส และเบเกอรี่ ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว สำหรับอาหารที่ต้องการทั้งความหอมของเนยและทนความร้อนสูง แนะนำผสมน้ำมันพืชกับเนยอัตราส่วน 1:1

⚠️ ปริมาณที่แสดงเป็นค่าอ้างอิงสำหรับการทำอาหารทั่วไป รสชาติที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ วิธีการปรุง และความชอบส่วนตัว ควรชิมและปรับรสทุกครั้งก่อนเสิร์ฟ ข้อมูลโซเดียมอ้างอิงจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และโรงพยาบาลราชวิถี